2008/Sep/16

โลกใบนี้ช่างสวยงาม                                                          แม้วิกาลยาม

ดวงดาวสาดแสงประกาย

พระจันทร์บ่งบอกความหมาย                                            ระยิบเรี่ยไร

ส่องแสงในคืนมืดมน

                เปรียบเสมือนชีวิตคน                                                         ต้องสู้อดทน

แม้ความหวังจะหมดไป

                ให้ดวงจิตเป็นดวงไฟ                                                        โชติช่วงยิ่งใหญ่

ส่องสว่างนำทางกายา

                คืนใดมองดูจันทรา                                                             คงเห็นได้ว่า

ทอแสงโชติช่วงชัชวาล

2007/Oct/13

ถ้าโลกนี้มีแต่ดำกับขาว ในกลางคืนไม่มีดวงดาวพราวฟ้า ถ้าคนเราไม่มีความฝัน เมื่อโลกนี้ไม่มีฟ้าหลังฝน แล้วใครเล่าจะอยากอยู่ต่อไป        ตัวฉันเปรียบเสมือนแพลงตอนในมหาสมุทรใหญ่ ที่รอคอยปลาวาฬกลืนเข้าไปเป็นอาหาร ชีวิตของเราคงไม่มีอะไร ถ้าฉันเป็นแพลงตอน ฉันคงคิด (หรืออาจจะหวัง) ว่าสักวันหนึ่ง จะได้ไปในที่สวยๆสักที่หนึ่ง ได้บินไปบนฟ้าบ้าง ดีกว่าลอยละล่องอยู่บนผืนมหาสมุทร         ฉันชื่อชลดา เพื่อนๆเรียกฉันว่าชล แต่ความจริงแล้วชื่อเล่นของฉันคือน้ำ ฉันมักจะเป็นที่รู้จักของหลายๆคน เพราะเมื่อพวกเขาเดินผ่านฉัน มักจะซุบซิบกันว่า นี่ไงเธอ ยัยเด็กที่ได้พาสชั้นน่ะ เห็นว่าสอบได้คะแนนที่หนึ่งของคณะเลยนะยะ แต่มันไม่สำคัญซักนิด พวกบื้อๆที่กระซิบกระซาบกันน่ะ ยังเก่งไม่ได้ครึ่งของฉันเลย        ที่จริงแล้ว ฉันก็ไม่ได้วิตกอะไรกับเรื่องนี้มากนัก สิ่งที่ฉันคิดถึงจริงๆคืออนาคตของฉันต่างหาก ฉันควรจะทำอะไร ฉันอยากมีงานดีๆทำ งานติสท์ๆไง จิตรกร ศิลปิน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ แน่ล่ะ แม่เตรียมอนาคตให้ฉันแล้ว ที่จริงแม่อยากให้ฉันดูแลธุรกิจครอบครัวตั้งแต่จำความได้ ฉันนึกย้อนไปถึงสิ่งที่แม่ปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก ห้องทำงานสวยๆของพ่อที่เห็นวิวทิวทัศน์รอบมหานคร การพบปะผู้คน และ...        ความคิดของฉันหยุดลงเพียงเท่านี้ เกือบจะพร้อมกับเท้าของฉันที่หยุดอยู่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่ ฉันรีบเข้าบ้าน เปิดคอมพิวเตอร์ นิ้วของฉันรัวไปกับคีย์บอร์ด ตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างรวดเร็ว ฉันเก่งเสมอเมื่อทำรายงาน ก็ฉันได้แตะคีย์บอร์ดตั้งแต่ยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ        เสียงประตูดังขึ้น แม่คงกลับมาแล้ว ฉันเดินลงบันไดไปโดยไม่สะดุดลางสังหรณ์ที่อยู่บนบันไดขั้นสุดท้ายเลยซักนิด ว่าวันธรรมดาวันนี้ จะเปลี่ยนชิวิตฉันไปตลอดกาล        แม่เดินมาหาฉันแล้วเอ่ยเสียงเครียด น้ำ แม่มีอะไรจะบอกลูก ฉันสังเกตเห็นความปิดปกติจากสีหน้าของแม่ ยังไม่ทำจะเอ่ยปากถาม แม่พูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือว่า        บริษัทของเราจะปิดกิจการ การเงินของบริษัทย่ำแย่ เรากำลังจะล้มละลาย รู้มั๊ยฉันเห็นแกทำอะไร เรียนคณะบ้าๆบอๆ วันๆเอาแต่นั่งวาดรูป คอยจะไปเรียนต่างประเทศ แต่ฉันน่ะ เครียดแทบตาย        แต่ แม่ยังพอมีเงินเหลืออยู่ใช่ไม        แกจะเอาเงินไปทำอะไร เรียนต่างประเทศหรือไง เราจะหมดตัวแล้วนะ แกไม่เคยคิดถึงฉันเลยหรือ ที่ฉันทำทุกอย่างนี่เพื่อใคร        ฉันเงียบ พูดอะไรไม่ออก น้ำตาฉันเอ่อท่วมตา ฉันหลบหน้าแม่ วิ่งขึ้นไปบนห้องนอน ล็อกประตูโดยไม่สนใจแม่เลย ฉันโกรธแม่มากฉันรู้ว่าแม่มีเงินมากพอที่จะส่งฉันไปเรียนเมืองนอก แต่ไม่ยอม ฉันหันไปมองรูปครอบครัวของฉันในกรอบที่หัวเตียง        เพล้ง!!!        ด้วยความโกรธจัด ฉันปารูปนั้นทิ้งโดยไม่ทันยั้งคิด และเมื่อนึกขึ้นได้ ฉันรีบวิ่งไปเก็บรูปขึ้นมาอย่างทะนุถนอม เศษกระจกบาดเท้าฉันเลือดไหลแต่ฉันไม่สนใจ ฉันนั่งลงข้างเตียง เริ่มนึกถึงวันเก่าๆ ภาพเริ่มปรากฏตรงหน้าฉันราวกับมีเครื่องย้อนเวลาพาฉันกลับไปวันนั้น        พ่อกับแม่ทะเลาะกันเพราะแม่ไปยุ่งกับชายอื่น ฉันนั่งร้องไห้อยู่มุมห้อง ฉันกลัวว่าแม่จะปไป ฉันกลัวว่าพ่อจะทิ้งฉัน ฉันกลัวว่าจะไม่มีเราอีกต่อไป        พ่อและแม่เริ่มเถียงกันรุนแรงขึ้น ทั้งสองโมโหมาก ถ้อยคำที่ออกจากปากของทั้งคู่ล้วนต่อว่าในข้อผิดพลาดของกันและกัน ไม่มีใครสนใจฉัน แม่เริ่มทนไม่ไหวในสิ่งที่พ่อพูดกับแม่ แม่ตบหน้าพ่อ คว้ากุญแจรถและรีบวิ่งออกไป โดยไม่สนใจเสียงด่าของพ่อ        พ่อหยุดนิ่ง เหมือนคนที่รู้สึกว่า ฉันทำอะไรลงไป พ่อเริ่มร้องไห้ ฉันเดินออกมากอดพ่อ เราทั้งคู่ร้องไห้โฮ และกอดกันในอ้อมกอดครั้งสุดท้าย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ฉันรู้สึกได้ว่า พ่อจะไม่มีวันปล่อยฉัน        สายใยแห่งความรักพันธนาการสองพ่อลูกไว้ด้วยกัน แต่ขาดสะบั้นลงเมื่อพ่อค่อยๆปล่อยฉันและเดินออกไป สายตาที่พ่อมองฉันมันบ่งบอกถึงสิ่งที่ฉันไม่ต้องการ การจากลา และการสูญเสีย         ปัง!!!        สียงปืนดังขึ้น ฉันกลัวจนตัวสั่น ความรู้สึกนั้น ความรู้สึกทึ่เหมือนยืนอยู่คนเดียวกลางป่าลึก ทั้งๆที่อยู่ใจกลางมหานครใหญ่ และฉันก็เข้าใจในทันที        พ่อจากฉันไปแล้ว        แม่กลับมาเพราะต้องการมรดก เล่นละครบทโศกต่อหน้าญาติๆ โกหกทุกคนว่าพ่อเครียดจนยิงตัวตายทุกคนรุมปลอบใจแม่ที่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร แต่เบื้องหลังการแสดงที่แสนสมจริงนั้น การตายของพ่อไม่มีความหมายใดๆเลย        ฉันเผลอหลับไป แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูของแม่ ออกมากินข้าว แม่พูดเสียงห้วน คงไม่พอใจฉันมาก        ครอบครัวเรากำลังจะล้มละลาย คงไม่จำเป็นต้องกินหรอกมั้ง ฉันพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย แม่โกรธฉันหนักแน่ๆ แม่เตะประตูและตะคอกใส่ฉันว่า        ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดอย่างนี้กับฉันได้ยังไง        ฉันเปิดประตู ตะโกนกลับไปว่า ไม่ใช่เพราะแม่หรือที่พ่อต้องตาย แม่ตบหน้าฉันจนเซและกรีดร้องราวกับคนบ้า อาการโรคประสาทของแม่กำเริบอีกแล้ว ฉันรีบวิ่งไปห้องแม่        ขวดยาระงับประสาทกลิ้งอยู่บนพื้น ในขวดไม่มียาเหลือ ฉันก้มลงดูใต้เตียง มียาเม็ดนึงตกอยู่ ฉันรีบเก็บขึ้นมาและวิ่งเอายาไปให้แม่ แม่ไม่ได้อยู่ที่ชั้นบน        ฉันค่อยๆมองลงไปชั้นล่าง สิ่งที่อยู่บนบันไดขั้นสุดท้ายทำให้ฉันช็อก หัวของแม่อยู่ห่างจากราวบันไดเพียงนิดเดียวแต่มีเลือดนองเจิ่งพื้น ฉันรีบโทรเรียกรถพยาบาล        ที่โรงพยาบาล ฉันโทรหาญาติทุกคนที่รู้เบอร์ หมอเดินมาสะกิดไหล่ฉันพลางส่งสัญญาณให้เดินตามไป ที่ห้อง ICU แม่นอนอยู่บนเตียง มีผ้าสีขาวคลุมร่างของแม่ไว้ ฉันทนกลั้นน้ำตาไม่ไหวเพราะรู้ว่าแม่ตายแล้ว ฉันรู้ว่าหมอพูดอะไรบางอย่างแต่ฉันไม่ได้ยิน สมองฉันหมุนติ้วก่อนที่จะหยุดสั่งการ แล้วฉันก็สลบไป        ฉันฟื้นขึ้นมาในห้องพยาบาลสีขาว สายตาเบลอๆของฉันกวาดไปรอบห้องก่อนที่จะหยุดอยู่ที่แม่ แม่มองหน้าฉันแล้วดึงสายน้ำเกลือออก ความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาที่ร่างกายฉันจนฉันสะดุ้ง แม่ลากฉันออกไปจากห้อง ฉันรู้สึกถึงแค่แรงหวิวๆในช่องท้อง        แม่ลากฉันขึ้นบันไดทีละขั้น ฉันรู้สึกเจ็บแปลบที่ลำตัวด้านขวา ขั้นบันไดแต่ละขั้นกระแทกศอก ลำตัว และขาของฉัน แม่ลากฉันไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ดันตัวฉันให้ลุกขึ้นยืน        วิวสวยไหมล่ะ ชอบไหมล่ะ ความรู้สึกนี้ความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ได้ยืนบนจุดสูงสุด ยืนอยู่เหนือใครๆ สายลมที่พัดผ่านฉันเรียกร้องให้ฉันโบยบินไปกับมัน ทิวทัศน์เบื้องล่างสวยงาม ฉันเดินไปยืนอยู่ตรงมุมตึก        บินลงสิ่ บินไปเลย เธอบินได้นี่ แน่นอน ฉันบินได้        ในสายตาของคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ ร่างของน้ำตกกระทบกับพื้นโรงพยาบาล เสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้น แต่ในจิตใจของน้ำแล้ว สายลมปะทะหน้าของเธอ ความเย็นยะเยือกพัดผ่านกายเธอ และก่อนจะถึงพื้น เธอรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง        ร่างกายของฉันกลายเป็นนกพิราบสีขาวสะอาด ฉันโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้า สัมผัสถึงความฝันอันสูงสุดที่แสนสวยงามของฉัน ฉันอยากบิน         หลายๆคนอาจคิดว่ามันเป็นโศกนาฏกรรม แต่ไม่หรอก นี่เป็นหนึ่งในความสุขไม่กี่อย่างของฉัน ที่ฉันเคยสัมผัสมัน

        ได้บินไปบนฟ้าก่อนตาย ดีกว่าลอยละล่องอยู่บนผืนสมุทรตลอดกาล

...........................................

อันนี้นัทตี้เขียนไว้นานเเล้ว เป็นเรื่องเเรกเลยล่ะที่เขียน เดี๋ยวมีไรจะมาเเชร์เนอะ